บทความทั้งหมด

กลับ

จุดเริ่มต้นเล็กกับการสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่

จุดเริ่มต้นเล็กกับการสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่

จุดเริ่มต้นเล็กๆ.....กับการสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่

จากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมาของนายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้เข้าร่วมคอร์สสุขภาพที่เวลเนสวีแคร์เซ็นเตอร์นั้น คุณหมอพบว่าแรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปฏิวัติชีวิตพิชิตโรค ถึงแม้ว่าแรงบันดาลใจจะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ก็มีเคล็ดวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดี ซึ่งคุณหมอได้รวบรวมวิธีต่างๆไว้ดังนี้

 

วิธีที่1

ให้เหตุผลกับตัวเองในการตื่นนอนตอนเช้า แนวคิดนี้มาจากชีวิตจริงของผู้หญิงในจังหวัดโอกินาวาประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการขนานนามว่ามีอายุขัยยืนยาวที่สุดในโลก ซึ่งพวกเขาจะมีคำพูดติดปากว่า “อิคิไก” ซึ่งมีความหมายว่า “ทำไมเราถึงตื่นนอน” โดยคำพูดนี้จะเป็นตัวสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาในทุกๆเช้า เนื่องจากพวกเขาให้ความสำคัญกับคุณค่าและความหมายของการมีชีวิตอยู่ สำหรับคุณค่าก็หมายถึงว่าเราจะใช้เวลาของเราอย่างไรให้เกิดคุณค่าสูงสุดทั้งกับตนเอง และคนรอบข้าง ส่วนความหมายของการมีชีวิตอยู่นั้นก็หมายถึงว่า เรารู้หรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม เราควรทำอะไร หรือเราจะไปไหนหลังจากหมดลมหายใจ เป็นต้น เคยมีคนไข้ของคุณหมอคนหนึ่งป่วยด้วยโรคเบาหวานและมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ซึ่งภายหลังจากที่มาเข้าคอร์สฝึกอบรมสุขภาพกับคุณหมอแล้ว เขาก็เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และออกกำลังกาย โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องหยุดรับประทานยารักษาเบาหวานให้ได้เพื่อป้องกันอาการสมองเสื่อม (Dementia) รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆอันเนื่องมาจากโรคเบาหวาน สำหรับเคสนี้คนไข้มีปัญหากับการออกกำลังกาย เขาเล่าว่าที่ผ่านมาเขามีข้ออ้างให้กับการออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลาทำให้ไม่ได้เริ่มสักที แต่หลังจากที่ได้มีโอกาสเข้าคอร์สกับคุณหมอแล้วความคิดและแรงบันดาลใจก็เปลี่ยนไป อยากมีอายุยืนยังไม่อยากตาย อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับลูกหลาน ดังนั้นคนไข้คนนี้จึงเริ่มต้นใหม่เพราะรู้แล้วว่าความต้องการและแรงบันดาลใจของตนเองในการตื่นนอนขึ้นมาในทุกๆเช้าเพื่ออะไร ผลที่ตามมาก็คือสามารถที่จะเอาชนะใจตัวเองได้ และบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงในทุกๆเช้าเพื่อไปออกกำลังกายได้ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็มีหลักฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือสนับสนุนว่า คนที่มีเป้าหมายชัดเจนในการดำเนินชีวิตพบว่ามีความสัมพันธ์กับการมีสุขภาพดี นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากงานวิจัยสนับสนุนว่า คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีเป้าหมายที่ชัดเจนมีความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคอัมพาตลดลง และยังสามารถที่จะลดอัตราการเสียชีวิตในผู้สูงอายุลงได้อีกด้วย ดังนั้นการบอกกับตัวเองในทุกๆเช้าถึงเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องตื่นขึ้นมาเพื่อตั้งใจทำเป้าหมายอะไรสักอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปได้นั้นเป็นเรื่องไม่ยากและเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง

 

วิธีที่2

การมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเอง เช่น การมีเพื่อนที่มีเป้าหมายเดียวกัน หรือความชอบความสนใจในเรื่องที่คล้ายกัน เพื่อการทำกิจกรรมทางสุขภาพต่างๆร่วมกัน การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันและการมีความมุ่งมั่นตั้งใจเดียวกันจะทำให้เรามีแรงบันดาลใจมากขึ้นในการที่จะเอาชนะหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จลุล่วงได้โดยง่าย

 

วิธีที่3

การสร้างเงื่อนไขให้กับสิ่งที่เป็นเป้าหมาย ใช้วิธีการสร้างเงื่อนไขที่ต่อรองไม่ได้ให้กับเป้าหมายของเรา เช่น ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากกว่าการแปรงฟัน ดังนั้นถ้าตื่นนอนขึ้นมาแล้วยังไม่ได้ออกกำลังกาย ก็หมายความว่ายังไม่สามารถแปรงฟันได้ ซึ่งถ้าไม่สามารถบรรลุเงื่อนไขนี้ได้ก็จะทำให้ไม่สามารถเริ่มกิจวัตรประจำวันอื่นๆได้ เป็นต้น

 

วิธีที่4

การบริหารจัดการเวลาใหม่ พยายามจัดสรรเวลาโดยให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นหลัก แทนที่จะให้เวลากับผู้อื่นหรือเรื่องงานมากจนเกินไป ตัวอย่างเช่น การให้เวลากับตัวเองในการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง หรือ 3-4 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่เกษียณแล้ว

 

วิธีที่5

การแฝงเป้าหมายในการออกกำลังกายไว้กับกิจกรรมที่เราชอบหรือสนใจ ยกตัวอย่างเช่น การทำให้การออกกำลังกายมีความสนุกมากขึ้นโดยรวมกิจกรรมเหล่านั้นเข้ากับสิ่งที่เราชอบทำ เช่น การเต้น การปั่นจักรยาน เป็นต้น แต่ถ้าหากเมื่อใดก็ตามที่เบื่อกิจกรรมเเดิมๆที่ทำอยู่แล้ว ก็ให้พยายามหากิจกรรมใหม่ๆทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่วงว่างจากความเบื่อหน่าย การลองทำกิจกรรมใหม่ๆที่สร้างสรรค์สามารถช่วยดึงความสนใจของเรากลับมาอีกครั้งได้

 

วิธีที่6

บิดความคิดชีวิตเปลี่ยน พยายามเปลี่ยนทัศนคติและความคิดเสียใหม่ โดยเปลี่ยนจากการเป็นผู้ฟังหรือผู้ตามมาเป็นผู้นำหรือริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ เช่น หาวิธีการเปลี่ยนแปลงตนเองจากคนขี้กลัวหวาดระแวงต่อสิ่งต่างๆมาเป็นคนที่กล้าเผชิญกับปัญหาและพร้อมที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถบิดความคิดของเราได้ แรงบันดาลใจจะถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

วิธีที่7

พยายามออกกำลังกายให้เหนื่อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในช่วงแรกพยายามออกกำลังกายให้ได้มากที่สุดจนรู้สึกเหนื่อย อย่างน้อยก็ให้รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นแล้ว โดยในช่วงนี้เองร่างกายจะได้ผ่อนคลายและปลดปล่อยฮอร์โมนเอนเดอร์ฟินซึ่งทำให้เรารู้สึกดีออกมา พยายามจดจำความรู้สึกนี้เอาไว้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการออกกำลังกายในครั้งถัดไป

 

วิธีที่8

สร้างสถานการณ์ให้ร่างกายโหยหาความสุขจากการออกกำลังกาย มีช่วงหยุดพักให้ร่างกายได้เรียนรู้ถึงความรู้สึกแย่จากการหยุดออกกำลังกายหลายวัน โดยให้เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ใช้บังคับตัวเองในเวลาที่ร่างกายรู้สึกขี้เกียจกับการออกกำลังกาย

 

วิธีที่9

สร้างจินตนาการ เพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น อาจใช้วิธีการตั้งเป้าหมายด้วยการจินตนาการถึงบุคลิกภาพหรือความมีสเน่ห์ดึงดูดที่จะเกิดขึ้นกับเราหากเราทำตามเป้าหมายที่วางไว้สำเร็จ หรืออาจใช้วิธีการนำบุคคลในดวงใจมาเป็นต้นแบบว่าวันนึงเราจะเป็นแบบเค้าให้ได้ เป็นต้น

 

วิธีที่10

ลองมองหาหนังสือดีๆสักเล่มหรือค้นคว้าเพิ่มเติม พยายามอ่านหนังสือ หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเวปไซต์เกี่ยวกับสุขภาพให้มากขึ้น ในต่างประเทศพบว่าหลายคนประสบความสำเร็จด้วยวิธีนี้

 

วิธีที่11

จดบันทึกและแชร์เรื่องราวออกไปสู่ผู้อื่น จดบันทึกสถิติทางสุขภาพเพื่อเป็นการยืนยันถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการออกกำลังกาย อาจใช้วิธีการถ่ายภาพขณะทำกิจกรรมต่างๆ แชร์ผ่านเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรม สำหรับคนที่รักการเขียนอาจจะเขียนบล็อกหรือบทความเกี่ยวกับการออกกำลังกาย หรือการดูแลสุขภาพก็ได้เพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆให้กับผู้อื่น

 

วิธีที่12

สุขภาพคือการลงทุน อาจซื้อคอร์สฟิตเนส หรือสมัครคอร์สดูแลสุขภาพเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต เป็นต้น

 

วิธีที่13

จ้างผู้เชี่ยวชาญส่วนตัว อาจจะจ้างผู้เชี่ยวชาญมาคอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เช่น การหาเทรนเนอร์ส่วนตัวเพื่อสร้างแรงกระตุ้นและกำลังใจ อย่างน้อยเราจะได้ไม่เสียเงินไปกับสิ่งที่เราไม่ได้ใช้บริการ

 

วิธีที่14

เปิดรับพลังบวกจากผู้อื่น พยายามซึมซับแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจจากคนรอบตัว รวมถึงการรับฟังความสำเร็จของผู้อื่นอยู่เสมอ

 

วิธีที่15

สำรวจจานอาหารก่อนรับประทาน ลองสำรวจจานอาหารของเราทุกครั้งก่อนรับประทานว่ามีส่วนประกอบครึ่งนึงเป็นผักและผลไม้หรือไม่ รวมถึงควรจะมีพวกธัญพืชไม่ขัดสีและโปรตีนจากพืชด้วย

 

วิธีที่16

หาเพื่อนใหม่เพื่อเปิดรับแรงบันดาลใจจากผู้อื่น ลองสมัครเข้ากลุ่มเว็บบอร์ดหรือกลุ่มเกี่ยวกับการออกกำลังกาย สุขภาพ หรืออาหาร เป็นต้น

 

วิธีที่17

อย่าลืมให้รางวัลกับความสำเร็จ ให้รางวัลตัวเองกับทุกๆก้าวของความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น ให้รางวัลตัวเองภายหลังจากออกกำลังกายมาทั้งสัปดาห์ หรือเมื่อเห็นผลลัพธ์จากเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

 

วิธีที่18

เตือนสติตัวเองด้วยเสื้อผ้าไซส์เล็ก การแกล้งใส่เสื้อผ้าที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยเตือนสติและสร้างแรงกระตุ้นให้กับตัวเองได้

 

วิธีที่19

สร้างแรงจูงใจด้วยการช้อปปิ้ง ตัวอย่างเช่น เลือกซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายที่ดูดีและมีราคาแพง

 

วิธีที่20

หาเวลาพักผ่อนกายและใจหลังจากเจอเรื่องเครียด พยายามหากิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพเพื่อพักผ่อนกายและใจ เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ฝึกโยคะ หรือรำไท้เก๊ก เป็นต้น

 

วิธีที่21

จัดระเบียบตารางชีวิตให้ตัวเอง ควรตั้งเวลาสำหรับการทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพให้ตรงกับเวลาส่วนตัวและควรทำกิจกรรมดังกล่าวในช่วงเวลาที่มีความสุข

 

วิธีที่22

ขยับวันละนิด จิตแจ่มใส ตัวอย่างเช่น ออกกำลังกายในขณะดูทีวีอย่างน้อยก็ดีกว่าการนั่งดูทีวีเฉย ๆ

 

วิธีที่23

อย่าลืมถ่าย Before & After ควรถ่ายภาพก่อนและหลังเอาไว้เปรียบเทียบกันเพื่อดูว่าเราบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

 

วิธีที่24

ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี พยายามทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านของการดูแลสุขภาพ และการออกกำลังกาย ซึ่งเทคนิคนี้เรียกว่า "การสอนเพื่อเรียนรู้" เพราะเราจะสามารถสอนผู้อื่นได้ก็ต่อเมื่อเราได้ทำสิ่งนั้นสำเร็จแล้ว

 

วิธีที่25

พาตัวเองเข้าสู่สนามวิ่งมาราธอน ปัจจุบันหลายสถานที่นิยมจัดกิจกรรมวิ่งมาราธอน การพาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมก็ถือป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีเพื่อการฝึกซ้อมร่างกาย

 

วิธีที่26

เตือนตัวเองในทุกที่ อาจใช้วิธีการติดคำขวัญ หรือคติพจน์ในหลายๆจุดที่สามารถมองเห็นได้ง่าย เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึงเป้าหมายที่จะต้องทำให้สำเร็จ

 

วิธีที่27

พยายามใช้เวลาว่างกับการอ่านหนังสือ ควรซื้อหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ หรือการออกกำลังกายมาอ่านเมื่อมีเวลาว่างเพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจ

 

วิธีที่28

หมั่นให้กำลังใจตัวเองเสมอ เมื่อใดก็ตามที่ล้มเหลว อย่าโทษตัวเอง ควรพูดให้กำลังใจตัวเองแทนที่จะโทษตัวเอง และพยายามทำความเข้าใจกับความผิดพลาดแล้วเริ่มต้นใหม่

 

วิธีที่29

ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้ง ใช้น้ำหนักเป็นตัวช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย

 

วิธีที่30

ชื่นชมตัวเองอย่างมีเหตุผล ตัวอย่างเช่น เมื่อออกกำลังกายแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงก็ให้ชื่นชมตัวเอง และพยายามจดจำความรู้สึกที่ดีเอาไว้เพื่อให้กำลังใจตัวเองเวลาขี้เกียจ

 

วิธีที่31

ชาร์จพลังใหม่อีกครั้ง เมื่อใดก็ตามที่หมดกำลังใจ พยายามหาวิธีออกกำลังกายแบบหนักๆเพื่อให้อะดรีนารีนหลั่ง หลังจากนั้นคุณก็จะรู้สึกเหมือนกับการได้เติมพลังใหม่อีกครั้ง

 

วิธีที่32

สร้างเงื่อนไขเพื่อลงโทษตัวเองบ้าง เมื่อความพยายามล้มเหลว อาจสร้างเงื่อนไขเพื่อลงโทษตัวเองด้วยสิ่งที่คุณไม่ชอบ หรือไม่อยากทำ

 

วิธีที่33

สร้างความมั่นคงให้จิตใจ ฝึกการทำสมาธิ หรือพยายามกำหนดจิตของตัวเองให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้แรงบันดาลใจย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

 

วิธีที่34

หนีห่างอุปกรณ์สื่อสารและอิเล็คทรอนิกส์ทุกชนิด พยายามใช้เวลากับอุปกรณ์เหล่านี้ให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะได้ใช้เวลากับการออกกำลังกายให้ได้มากที่สุด

 

วิธีที่35

หากิจกรรมใหม่ๆทำอยู่เสมอ เมื่อใดก็ตามที่เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับกิจกรรมเดิมๆ พยายามลองหากิจกรรมใหม่ๆทำเพื่อสร้างแรงจูงใจและท้าทายตัวเอง

 

วิธีที่36

ใกล้ตัว ใกล้ใจ พยายามอยู่ใกล้คนที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยู่เสมอ และพยายามอยู่ห่างคนที่มักทำลายกำลังใจของเรา

 

วิธีที่37

สร้างเงื่อนไขเพื่อลบคำสบประมาท ตัวอย่างเช่น หากมีใครบ่นเรื่องน้ำหนักตัวของเรา ก็ให้ลองท้าทายเค้าด้วยเงื่อนไขที่ว่า ถ้าเราลดน้ำหนักได้ เค้าจะต้องจ่ายให้เรากิโลกรัมละเท่าไหร่ เป็นต้น

วิธีที่38

เริ่มน้อยๆแต่สม่ำเสมอ พยายามอย่าโลภมากหรือหักโหมมากจนเกินไปในช่วงแรก ให้เริ่มจากน้อยๆก่อนแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ให้มีความสม่ำเสมอแล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง

 

วิธีที่39

สลับขั้วจากลบเป็นบวก พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองจากคนคิดลบเป็นคนคิดบวก ภาคภูมิใจและขอบคุณในสิ่งที่เรามี อยู่กับปัจจุบันแล้วบอกกับตัวเองว่าเราโชคดีแค่ไหน

 

วิธีที่40

ท้าทายตัวเอง พยายามสร้างแรงบันดาลใจที่น่าตื่นเต้นด้วยการท้าทายตัวเองให้สร้างสถิติใหม่อยู่เสมอ

 

วิธีที่41

ยิ่งใกล้ยิ่งดี ตัวอย่างเช่น พยายามจัดวางอุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆให้อยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นและใช้งานได้ง่ายอยู่เสมอ


เกี่ยวกับเรา

ผู้ก่อตั้งเวลเนส วีแคร์ เซ็นเตอร์คือ ดร. สันต์ ศัลยแพทย์หัวใจและนักธุรกิจ Mr. Vivek Dhawan ทั้งสองเชื่อมั่นในวิธีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในการป้องกันและย้อนกลับโรคเรื้อรัง ด้วยการเปลี่ยนแปลงอาหารและวิถีชีวิตที่เหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม

ลิงก์ด่วน
จดหมายข่าวสุขภาพ
อีเมล์จดหมายข่าวอัพเดทข้อมูลสุขภาพฟรี!

© สงวนลิขสิทธิ์ 2019. Wellness We Care. All Rights Reserved..
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ข้อกำหนดการใช้งาน | แผนผังเว็บไซต์