บทความทั้งหมด

กลับ

โครงสร้างและการจัดการกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน

โครงสร้างและการจัดการกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน

มีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนหลายประเภท แต่ละกลุ่มจะมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันออกไป

ประเภทของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน

  1.  กลุ่มชั่วคราวหรือตลอดชีพ

  2. กลุ่มปิดหรือกลุ่มเปิด (รับสมาชิกเพิ่ม) 

  3. มีผู้ประสานงานกลุ่ม (facilitator) หรือไม่มี

ผู้ประสานงานกลุ่ม (Facilitator) เป็นสมาชิกที่ทำหน้าที่พิเศษ มีความสำคัญมาก มีหน้าที่ เช่น

  1. นัดหมายประชุม เลือกสถานที่ เวลา

  2. เปิดประชุม ปิดประชุม

  3. รักษาอารมณ์ความรู้สึก (mood and tone) ของการประชุม

  4. ช่วยให้สมาชิกได้เรียนรู้การเป็นผู้ฟังที่ดี

  5. แก้ปัญหาขณะประชุมกลุ่ม

คุณสมบัติของผู้ประสานงานกลุ่ม (Facilitator) 

  1. ปลีกเวลาได้ เพราะต้องมาทุกการประชุม

  2. มีความสามารถ ยิ่งเคยเป็นผู้ประสานงานกลุ่มมาก่อนยิ่งดี รับผิดชอบ คล่องแคล่ว เที่ยงธรรม ทำอะไรมีขั้นมีตอน (organized)

  3.  บุคลิกเข้าคนง่าย โอภาปราศรัย 

  4. มีใจเมตตา มีความชอบที่จะช่วยคนอื่น

  5. มีพลัง คิดบวก ไม่ท้อง่าย 

โครงสร้างของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน 

  1. ขนาดของกลุ่มควรมีกี่คน ในอเมริกาและยุโรป ขนาดกลุ่มละ 5-15 คนเป็นขนาดที่กำลังดี แต่ในประเทศไทย จากประสบการณ์ของผมเองพบว่าสมาชิกกลุ่มคนไทยพูดน้อย อัตราการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มไม่สม่ำเสมอ ขนาดกลุ่มที่พอดีจึงควรอยู่ประมาณ 20-30 คน

  2. กลุ่มจะประชุมกันอย่างไร
    - พบปะประชุมกันซึ่งหน้า
    - คุยกันทางโทรศัพท์
    - คุยกันทาง Line
    - กลุ่มจะประชุมกันบ่อยแค่ไหน

กฎกติกามารยาท 5 ข้อของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน 

1. กฎรักษาความลับ

2. กฎเชโรกี เป็นกฎการประชุมของอินเดียนแดงเผ่าเชโรกี ซึ่งมีสาระว่าคนถือไม้อาญาสิทธิ์ (ไมค์) เท่านั้นที่จะได้สิทธิ์พูดในที่ประชุม คนอื่นต้องฟังอย่างเดียวจนเขาจะพูดจบ

3. กฎการฟังที่ดี เมื่อไม่ได้สิทธิ์พูด ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี ส่งภาษากายว่าสนใจ เงี่ยหู มองหน้า สบตา เออออ ผงกหัว พูดซ้ำทวนสาระเป็นเชิงถามกลับให้คนพูดรู้ว่าเราเข้าใจถูก

4. กฎตรงต่อเวลา

5. กฎ “รักและยกย่องกันและกัน” คือต้องสบตา ทักทาย เอ่ยชื่อ และโอภาปราศัยเมื่อพบกัน

พัฒนาการสี่ระยะของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน

  1. ระยะเริ่มจัดตั้งกลุ่ม (Forming) ยังไม่รู้จักกัน

  2. ระยะสงวนท่าที (Norming) ยังไม่กล้าเปิดเผยความในใจ

  3.  ระยะช่วยกันระดมสมอง (Storming) เปิดเผย จริงใจต่อกัน

  4. ระยะเกิดพลังของกลุ่ม (Performing) ส่งผลช่วยให้สมาชิกบรรลุเป้าหมายส่วนตน

เทคนิคสำหรับผู้ดำเนินการประชุมกลุ่ม

  1. เปิดประชุมตรงเวลา เลิกตรงเวลา

  2. ทุกคนแนะนำตัวเอง

  3. ทบทวนเป้าหมายกลุ่ม   

  4. กระตุ้นให้สมาชิกพูดเรื่องของตัวเอง จูงใจให้พูดต่อด้วยคำถามปลายเปิด

  5. สร้างบรรยากาศช่วยกันแก้ปัญหา จับประเด็นปัญหา ตีแผ่ทางเลือก ตัดสินใจเลือก และค้นหาตัวช่วย

  6. จ้องหาโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความเห็นใจกันและกัน

  7. ทำบันทึกการประชุมสั้น ๆ ว่าสมาชิกคนไหน เล่าปัญหาอะไร สรุปวิธีแก้ว่าอย่างไร

  8. กล่าวสรุปการประชุม ปิดประชุม

เทคนิคทำให้กลุ่มเจริญก้าวหน้า

  1. ผู้ประสานงานกลุ่มต้องสร้างแกนนำ (core group) ไว้ช่วยกันสักสองสามคน

  2. กระตุ้นการมีส่วนร่วม

  3. เน้นการแชร์ รวมถึงการหมุนเวียนกันเป็นผู้ประสานงานด้วย

  4. แบ่งความรับผิดชอบ กระจายกันไปทำ

  5. ประเมินผลเป็นระยะ (assess & reassess) ถามสมาชิกว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ควรปรับปรุงอะไร แล้วช่วยกันปรับปรุงแก้ไข

  6.  บันทึกความก้าวหน้าของกลุ่ม

  7. หาช่องให้กลุ่มได้แสดงความขอบคุณคนเสียสละทำงาน

  8. สนับสนุนให้สมาชิกช่วยเหลือกันนอกห้องประชุม หรือสร้างระบบคู่หู (buddy) 

  9. ถ้าเป็นกลุ่มเปิด ให้ขยันหาสมาชิกทดแทนสมาชิกที่ต้องจากไปด้วยเหตุใดก็ตาม

  10. พลวัตรของกลุ่มมีธรรมชาติเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเป็นธรรมดา ให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่ธำรงเป้าหมายหลักของการเป็นกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน อย่างน้อยก็สองเป้าหมายแรก คือเพื่อให้สมาชิกได้แบ่งปันความรู้สึกสุขทุกข์ต่อกัน และเพื่อให้สมาชิกได้มีพวก

กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนที่เวลเนสวีแคร์ให้การอุปถัมภ์อยู่ 

ศูนย์เวลเนสวีแคร์ ได้ให้การอุปถัมภ์กลุ่มเพื่อนช่วยอยู่จำนวนหนึ่ง และมีแผนว่าจะเพิ่มการให้การอุปถัมภ์กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนรวมทั้งสิ้น 17 ประเภท บางประเภทก็มีหลายกลุ่ม ทุกกลุ่มเป็นกลุ่มแบบปิด คือตั้งกลุ่มเสร็จแล้วก็ปิดไม่รับสมาชิกเพิ่ม ทุกกลุ่มตั้งต้นด้วยการมาเข้าคอร์สสุขภาพที่ศูนย์เวลเนสวีแคร์ร่วมกันก่อน ได้แก่ กลุ่มโรคหลอดเลือด (รวมเบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ อัมพาต อ้วน) , กลุ่มโรคไต, กลุ่มโรคมะเร็ง, กลุ่มโรคแพ้ภูมิตัวเอง, กลุ่มฟื้นฟูอัมพาต, กลุ่มลดน้ำหนัก, กลุ่มวัยรุ่นลดน้ำหนัก, กลุ่มผู้ดูแล (caregiver) , กลุ่มออกกำลังกาย, กลุ่มทำอาหาร, กลุ่มฝึกสติ, กลุ่มทำสวนครัว, กลุ่มไลน์แด้นซ์, กลุ่มร้องเพลง, กลุ่มเต้นรำ, กลุ่มช่างสมัครเล่น (Men’s shed)


เกี่ยวกับเรา

ผู้ก่อตั้งเวลเนส วีแคร์ เซ็นเตอร์คือ ดร. สันต์ ศัลยแพทย์หัวใจและนักธุรกิจ Mr. Vivek Dhawan ทั้งสองเชื่อมั่นในวิธีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในการป้องกันและย้อนกลับโรคเรื้อรัง ด้วยการเปลี่ยนแปลงอาหารและวิถีชีวิตที่เหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม

ลิงก์ด่วน
จดหมายข่าวสุขภาพ
อีเมล์จดหมายข่าวอัพเดทข้อมูลสุขภาพฟรี!

© สงวนลิขสิทธิ์ 2019. Wellness We Care. All Rights Reserved..
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ข้อกำหนดการใช้งาน | แผนผังเว็บไซต์